การ Verified บัตร Be1st | บีเฟิร์ส | บัตรเดบิต ธนาคารกรุงเทพ ฯ
บัตรเสมือนเครดิต เพื่อการรับ – จ่ายเงินออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต
ปัจจุบันได้มีบัตรเสมือน ที่นำมาอัพเกรดใช้แทน บัตรเครดิตเพื่อทำธุรกรรมออนไลน์ได้
มีที่นิยม และแนะนำว่าใช้ได้ง่าย 2 ชนิด จาก 2 ธนาคารที่รองรับ
1. K-web shoping card จากบริการ k-cyber banking ของ ธนาคารกสิกรไทย
2. Be1st อัพเกรดจากบัตรเดบิต(ATM) ของ ธนาคารกรุงเทพ ฯ
หน้านี้แนะนำสำหรับผู้ที่มีบัญชีของธนาคารกรุงเทพ ฯ อยู่แล้ว หรือสะดวกที่จะใช้บริการธนาคารนี้
อ่านแล้วทำตามขั้นตอน คุณก็จะสามารถมีบัตรเครดิตที่ใช้ รับ – จ่าย ออนไลน์ได้ทันที
(คนละส่วนกับ การรับ-ส่ง-โอนเงินปกติของธนาคาร ผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วไป)
Be1st บัตรบีเฟิร์ส ของ ธนาคารกรุงเทพ ฯ
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต
สามารถนำบัตรเดบิต ( ATM ) คือ บัตร Be1st ( บี-เฟิร์ส ) ของธนาคารกรุงเทพ ฯ เอามา Verify เพื่อใช้เป็น เสมือนบัตรเครดิตออนไลน์ได้
ผู้มีบัตร Be1st อยู่ก่อนแล้ว สามารถ Verify นำมาใช้ได้เลย
สำหรับผู้ที่จะทำบัตรใหม่
ให้เตรียมบัตรประชาชน + ค่าธรรมเนียมบัตร ( 300 บาท ) + เงินฝาก 500 บาท
ขอเปิดบัญชีออมทรัพย์ ก็จะได้บัตร Be1st มาใช้
บัตร Be1st ( บีเฟิร์ส ) คือ บัตร ATM ที่ออกโดยธนาคารกรุงเทพ มีสัญลักษณ์ VISA อยู่หน้าบัตร
หากไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมในการทำบัตร แนะนำ
ซึ่งทำได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น จนเมื่อครบ 1 ปี จึงเก็บค่าธรรมเนียม ปีละ 200 บาท
บัตร be1st (บีเฟริส) มี 3 แบบ
1. บีเฟริสทั่วๆไป มี csc 9 ตัวด้านหลังบัตร ดูรูปตัวอย่าง

2. แบบ International มี csc 3 ตัว หลังบัตร
3. แบบไม่มี csc ด้านหลังบัตร ให้ใช้ เลข 000 แทน (อาจใช้ไม่ได้ ต้องลองดูก่อน)
ข้อมูลของ บัตรที่ต้องใช้ |
|
เลขบัตร 16 หลัก |
อยู่ด้านหน้าบัตร (วงกลมที่ 1) |
วันเดือนปีที่หมดอายุ |
อยู่ด้านหน้าบัตร (วงกลมที่ 2) บัตรใครไม่มีวันที่ ให้ตั้งวันที่หมดอายุเอง โดยตั้งปีหมดอายุเกิน 4 ปีขึ้นไป |
ชื่อเจ้าของบัตร |
อยู่ด้านหน้าบัตร (วงกลมที่ 3) |
เลข CSC 3 ตัว ท้าย |
อยู่ด้านหลังบัตร (วงกลมที่ 4) ถ้าใครไม่มี ให้ลองใช้ 000 |
การเตรียมบัตร Be1st ให้พร้อมใช้ในระบบออนไลน์
1. บัตร Be1st รุ่นหลังบัตร ไม่มีเลข 3 ตัว ให้นำบัตรไปเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ นำสมุดบัญชี บัตรประชาชน และ บัตร Be1st ไปที่สาขาของบัญชี ขอทำบัตรรุ่นใหม่มีเลข 3 ตัวหลังบัตร บางสาขาจะรับบัตรได้เลย
บางสาขาจะให้รอ 7 วัน (ระบบ ธ.กรุงเทพฯ บางสาขาล้าหลัง ส่วนใหญ่ต่างจังหวัด ลองถามดูว่าทำไมบางสาขาได้บัตรทันที เจ้าหน้าที่บางคนไม่ได้อัพเดทข้อมูลเลย ทางธนาคารปรับระบบให้รับบัตรได้โดยไม่ต้องรอ 7 วันแล้ว)
2. บัตร Be1st รุ่นใหม่ ที่มีเลข 3 ตัวหลังบัตร ก่อนนำไปสมัคร Paypal ต้องทำขั้นตอนการ Verified by Visa กับ ธ.กรุงเทพฯ ก่อน มีขั้นตอนเป็น 3 ส่วน ดังนี้
โทรศัพท์ไป Verified ที่ 1333 หรือ +66-2645-5555

- กด 1 เลือกภาษาไทย
- กด 7 เพื่อสมัครใช้บริการ Verified by Visa
- กด 1 ยืนยัน เพื่อทำการตั้งหมายเลขอ้างอิงสำหรับลงทะเบียน Verified by Visa
- กดหมายเลข16 หลัก หน้าบัตร Be1st ของคุณ
- กดเลขบัตร เอทีเอ็ม 4 หลัก (หรือ รหัสลับส่วนตัว (PIN) ของคุณ กรณีทำบัตรมาใหม่ ๆ)
- กดตั้งหมายเลขอ้างอิง 8 หลักที่คุณต้องการ และกด #
- กดหมายเลขอ้างอิง 8 หลัก เดิมอีกครั้งอีกครั้งเพื่อทำการยืนยัน และ กด #
เป็นอันเสร็จสิ้นการขอหมายเลขอ้างอิง(Reference Code)
นำเลขอ้างอิง 8 หลักที่ตั้งเสร็จ ไป Verified by Visa ที่ลิ้งค์ หน้าเว็บไซต์ของ ธ.กรุงเทพ ฯ
https://ipay.bangkokbank.com/bblenroll/bkkCard.aspx?pg=0
การทำ บีเฟิร์ส ที่ลิงค์ของธนาคาร มี 5 ขั้นตอน
1. ใส่เลข 16 หลัก หน้าบัตร บีเฟิร์ส กด next
2. Verify identity ตรงนี้ให้ใส่หมายเลขอ้างอิง 8 หลัก ที่ตั้งไว้ทางโทรศัพท์ กด next
3. Create password จะมีช่องให้กรอก
3.1 ข้อความอ้างอิง ตั้งอะไรก็ได้เป็นภาษาอังกฤษ แนะนำให้ใส่ GDI
3.2 ตั้งพาสเวิร์ด 6 หลักเป็นตัวเลขอย่างเดียว แล้วกรอกพาสเวิร์ดซ้ำ 2 ช่องต้องเหมือนกัน
3.3 กรอกอีเมลที่ติดต่อได้สะดวก
3.4 เบอร์โทรศัพท์มือถือที่ติดต่อได้ ระบบจะใส่ 0 ไว้ให้ ใส่เลข 8….ต่อได้เลย
4. Terns Conditions ตรงนี้เป็นหน้าต่าง กฎกติกา ให้อ่านแล้วติ๊ก ยอมรับ กด next
5. สมบูรณ์
ตั้งวงเงินในการใช้จ่ายสินค้า โทรไปที่ 1333 อีกครั้ง
- กด 1 เลือกภาษาไทย
- กด 3
- กด 3 อีกครั้ง
- กดหมายเลข 16 หลัก หน้าบัตร Be1st
- กดเลขบัตร เอทีเอ็ม 4 หลัก
- กด 2 เพื่อตั้งวงเงิน
- กด 1 เพื่อตั้งวงเงิน 2 หมื่นบาท
หมายเหตุ : วงเงินที่ตั้งคือ วงเงินที่จะใช้จ่ายออนไลน์สูงสุดได้ในแต่ละวัน ไม่ได้หมายถึงจะต้องมีเงินในบัญชีถึงจะสมัครได้ และสามารถเข้ามาเปลี่ยนเพิ่มหรือลดได้ตลอดเวลา
เสร็จสิ้นขั้นตอนทำบัตร Be1st
ต่อไป สมัครบัญชี PayPal
สาเหตุที่บัตร Be1st นำไปสมัคร paypal ไม่ผ่าน
1. บัตร Be1st มีหลายรุ่น มีทั้งแบบมีเลข 3 ตัวหลังบัตรและไม่มีเลข บัตรที่ใช้กับ paypal ได้จะต้องเป็นรุ่นที่มีเลข 3 หลักหลังบัตรเท่านั้น
2. บัตร Be1st ที่มีเลขก่อนนำไปใช้สมัคร paypal จะต้องนำไปเปิดบริการ Verified by Visa ทางโทรศัพท์ และ หน้าเว็บไซต์ก่อน บางบัตรก็ทำแล้ว บางบัตรก็ยังไม่ได้ทำ บางสาขาเจ้าหน้าที่บางคนแย่มาก ๆ ขอใช้คำว่า “ชุ่ย” รับปากลูกค้าว่าจะเปิดบริการ Verified by Visa ให้ พอเอามาสมัครจริงยังไม่ได้ทำก็มี
(จากประสบการณ์ส่วนตัว ผู้ที่ใช้บัตร Be1st มักมีปัญหาเรื่องการตัดเงินเสมอ เพราะเจ้าหน้าที่บางสาขา ไม่ใช่เพราะระบบ)
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นบัตรที่ทำนานแล้ว หรือ เพิ่งไปทำ เจ้าหน้าที่จะทำให้แล้ว หรือ ยังไม่ได้ทำ ดีที่สุดคือ “ทำเอง” ตามขั้นตอนด้านบนที่แนะนำไว้แล้ว
3. บัตรที่ทำ Verified by Visa แล้ว จะต้องตั้งวงเงินด้วย พบว่าบางบัตรเปิดบริการ Verified by Visa แล้ว วงเงินที่ใช้ได้ เป็น 0 เอาไปสมัคร paypal ได้ก็เปล่าประโยชน์ ใช้จับจ่ายอะไรไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ดังนั้นอย่าลืม ที่จะเข้าไปตั้งวงเงิน ด้วยตามวิธีที่แนะนำไว้แล้ว
“Be Secure®
“Be Secure® ความปลอดภัยรูปแบบใหม่ สำหรับนักช๊อปออนไลน์เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ถือบัตรธนาคารกรุงเทพ ในการชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิตทางอินเทอร์เน็ต ธนาคารได้พัฒนาระบบความปลอดภัยรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Be Secure?” เพื่อให้สามารถรองรับระบบ “Verified by Visa (VbV)” ซึ่งช่วยยืนยันตัวตน ของผู้ถือบัตรได้ถูกต้อง และ แม่นยำยิ่งขึ้น
Be Secure®
เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัย รูปแบบใหม่ ที่ธนาคารกรุงเทพ บริษัทวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัทมาสเตอร์ การ์ดอินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกันพัฒนาขึ้นสำหรับการชำระค่าสินค้า และ บริการทางอินเทอร์เน็ตด้วยบัตร เครดิตหรือบัตรเดบิต ให้แก่ร้านค้าในระบบออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้ผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ธนาคารกรุงเทพ สามารถใช้ระบบ Be Secure? ได้ กล่าวคือ
- ผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่าทุกประเภทและบัตรบีเฟิสต์ สามารถใช้บริการ Verified by Visa (VbV)
- ผู้ถือบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดทุกประเภท สามารถใช้บริการ MasterCard Secure Code
(ผู้ถือบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด ทุกประเภทเริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่ 15 เมษายน 2550)
ประโยชน์ของการสมัครใช้บริการ Be Secure®
1.เพิ่มความปลอดภัย ในการชำระค่าสินค้า และบริการทางอินเทอร์เน็ตด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ด้วยรหัส VbV/Secure Code ซึ่งผู้ถือบัตรเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง เพื่อป้องกัน ไม่ให้บุคคลอื่นลักลอบใช้หมายเลขบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ของคุณ ในการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต
2. เพิ่มความมั่นใจด้วยการใช้รหัสส่วนตัว (PAM) ที่จะปรากฏในหน้าเว็บไซต์ขณะทำรายการ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณกำลังทำธุรกรรมกับร้านค้าที่ได้รับการรับรอง จากบริษัทวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัทมาสเตอร์การ์ด อินเตอร์เนชั่นแนล
3. คุณสามารถสมัครใช้บริการนี้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
โดยส่วนตัว หากเลี่ยงได้ อยากให้ไปใช้ k-web card ของ ธ.กสิกรไทย
( เป็นข้อแนะนำส่วนบุคคล )
No related posts.


ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ มีประโยชน์มาก ๆ เลยค่ะ ^_^